2 ซมอ.7:1-17 ข้อเตือนใจ ใครช่วยใครกันแน่!

พิมพ์ PDF

หลังจากดาวิดได้สถาปนาอาณาจักรอิสราเอลขึ้นอย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงใหม่
พระราชวังใหม่ มีหีบพันธสัญญามาประทับ ณ ที่ใหม่ ทุกอย่างดูสดใหม่ ความสงบสุข
เกิดขึ้นรอบด้านภายใต้การปกครองของกษัตริย์ดาวิด แต่แล้วกษัตริย์ดาวิดไปเจอสิ่งเก่า
ที่เขาคิดว่าควรจะปรับปรุงนั่นคือ เต็นท์ที่ประทับของหีบพันธสัญญา  เขาคิดว่าในเมื่อเต็นท์
ได้อยู่บนที่ตั้งใหม่ เต็นท์ก็ควรจะมีสภาพใหม่เช่นเดียวกันไม่ใช่อยู่ในสภาพเก่าอย่าง
ในสมัยโมเสส  แต่พระเจ้าได้ทรงสำแดงว่าพวกเขากำลังเข้าใจผิด กล่าวคือ ขณะที่
กษัตริย์ดาวิดคิดจะสร้างพระนิเวศ (The House: The Temple) หลังใหม่ให้พระเจ้า
เพื่อสมพระเกียรติพระเจ้า แต่พระเจ้าต่างหากที่จะเป็นผู้สร้างราชวงศ์ (The House: Dynasty)
ที่ยั่งยืนให้แก่กษัตริย์ดาวิด พระวจนะตอนนี้กล่าวถึงมุมมองที่มาเตือนใจ ให้มีมุมมองต่อพระเจ้าให้ถูกต้อง
ซึ่งมีข้อเตือนใจอย่างน้อย 3 ประการ

1. อย่าสำคัญตัวเองผิด (1-5)
เมื่อกษัตริย์ดาวิดมองดูพระราชวังของพระองค์ ทำให้พระองค์สำคัญตัวเองผิดไปชั่วขณะว่า ด้วยความยิ่งใหญ่
ที่กษัตริย์ดาวิดมีในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นความสำรํจ ความมั่งคั่ง เกียรติยศทุกอย่าง คงไม่มีผู้ใดจะสามารถทำสิ่งดีเพื่อพระเจ้า
ได้ดีกว่าตัวเขาอีกแล้ว แม้แต่นาธันซึ่งเป็นผู้เผยพระวจนะ หรือผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องน้ำพระทัยพระเจ้าก็มองว่า สิ่งที่ดาวิดกระทำนั้น
เป็นสิ่งที่สมควรและคิดว่าพระเจ้าต้องพอพระทัย แต่พระเจ้าได้มาตรัสเตือนทั้งกษัตริย์ดาวิดและนาธันผู้เผยพระวจนะ
ให้มีมุมมองต่อพระเจ้าอย่างถูกต้องคือ อย่าสำคัญตัวเองผิดที่คิดว่า “ดาวิดเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ แต่แท้จริง ดาวิดนั้น
เป็นเพียงผู้รับใช้ของพระเจ้า” และความคิดที่ว่าตนจะเป็นผู้สร้างบ้านหรือนิเวศให้พระเจ้า นั่นเป็นความคิดที่ สำคัญตนเองผิด
ด้วยคิดว่า พระเจ้าต้องการให้ดาวิดมาช่วยสร้าง เพราะพระองค์ไม่มีที่อาศัย ไม่มีที่ใดเหมาะจะเป็นที่ประทับพระเจ้าได้อย่างแท้จริง
กระนั้นพระองค์ก็ทรงเลือกที่จะประทับในชีวิตของเรา กจ.7:47-50 1คร. 3:16 เราจึงควรมีชีวิตส่วนตัวกับพระเจ้า เข้าหาพระเจ้า
สนทนากับพระองค์ในแต่ละวัน เราจึงควรแสวงหาพระเจ้าทุกวันผ่านการเฝ้าเดี่ยว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเราแต่ละคน
รู้จักพระเจ้าได้จำกัด เราจึงต้องมารวมตัวเป็นคริสตจักร เหมือนอิฐที่มาเรียงกันเป็นพระวิหารที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อพระเจ้า
จะสำแดงพระองค์แก่เราได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้หลายครั้งเราอาจมีมุมมองต่อพระเจ้าโดยสำคัญตัวเองผิด
คิดว่าพระเจ้าขาดเราไม่ได้ จริงๆแล้วเราต่างหากที่ขาดพระเจ้าไม่ได้ คนที่เพิกเฉยหรือดูหมิ่นพระเจ้า คิดจะพึ่งแต่ตนเอง
มั่นใจความสามารถและสติปัญญาที่เขามี แต่ไม่คิดจะถ่อมใจเขาจะไม่ได้รับการยกชูจากพระเจ้าและจะล้มเหลวในที่สุด

2. อย่าจำกัดพระเจ้าด้วยความคิดของเรา (6-7)
ขณะที่ดาวิดคิดว่าพระนิเวศจะทำให้พระเจ้าจะสถิตกับอิสราเอลอย่างแท้จริง เพราะดูมั่นคงกว่าเต็นท์และสมพระเกียรติพระเจ้า
มากกว่าแต่พระเจ้ากลับมาเตือนให้มีความคิดที่ถูกต้องว่า เหตุผลที่ในเวลานั้นพระเจ้าประทับที่เต็นท์ ก็เพราะเป็นช่วงก่อตั้ง
ชนชาติอิสราเอลและพระเจ้าทรงนำเขาไปดินแดนคานาอัน ด้วยเหตุนี้เพื่อช่วยให้อิสราเอลจะมั่นใจว่า พระเจ้าทรงดำเนินไป
กับอิสราเอลในทุกที่ของถิ่นทุรกันดาร พระเจ้าจึงรับสั่งให้สร้างพระนิเวศที่เป็นพลับพลาที่ไม่ตายตัว นอกจากนี้ อาคารพระนิเวศ
แห่งการนมัสการยังไม่ใช่สิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมาพระเจ้าไม่ได้พูดสักคำกับผู้นำคนไหนในเผ่าอิสราเอลว่า
อยากให้สร้างนิเวศที่สวยงามและมั่นคง เพราะสิ่งสำคัญกว่านิเวศแห่งการนมัสการคือ ท่าที จิตใจ และการนมัสการพระเจ้า
อย่างถูกต้องต่างหาก จุดเริ่มต้นของการนมัสการไม่ใช่สถานนมัสการ แต่เป็นผู้ที่เข้ามานมัสการพระเจ้าด้วยท่าที จิตใจ
และการกระทำที่ถูกต้องต่างหาก บ่อยครั้งที่มนุษย์มักรีบสรุปพระเจ้าจากความคิด เหตุการณ์ ประสบการณ์ แต่เราต้องเปิดใจ
และเชื่อตามพระสัญญาพระเจ้า หากพระเจ้าบอกว่าให้เชื่อเราก็ควรเชื่อ ไม่สงสัย ดูหมิ่น หรือท้อใจในการติดตามพระเจ้า
อย่าให้อารมณ์ สถานการณ์ ความรู้สึก ประสบการณ์ของเรา มากำหนดพระเจ้าในชีวิตของเรา อสย.55:8-9 1คร.2:9

3. อย่าลืมว่า พระเจ้าช่วยเราไม่ใช่เราที่ช่วยพระเจ้า (8-11)
สิ่งที่กษัตริย์ดาวิดมีในวันนี้ก็เพราะพระเจ้าเป็นผู้ประทานให้ ไม่ใช่ดาวิดสร้างขึ้นมาเอง และพระเจ้ายังสัญญาอีกว่า
ต่อไปภายหน้า พระองค์จะช่วยให้ดาวิดมีชื่อเสียงโด่งดัง จะกำหนดอาณาบริเวณที่ดี ไม่มีศัตรูมารบกวน จะไม่มีคนอธรรม
มาข่มเหง  จะให้มีการพักสงบ และพระเจ้านี่แหละจะเป็นผู้ที่สร้างราชวงศ์ (The House: Dynasty) ที่ยั่งยืนให้แก่กษัตริย์ดาวิด
ด้วยเหตุนี้ ดาวิดจึงเกิดความสำนึกและตระหนักว่า เขามาไกลได้เช่นนี้เพราะพระเจ้า

ถ้าเราเดินกับพระเจ้าอย่างต่อเนื่องแล้วจะพบว่า เรามีวันนี้ได้เพราะพระเจ้า แต่คริสเตียนจำนวนไม่น้อยอาจมีความคิดว่า
เขาทำเพื่อพระเจ้ามาเยอะจนพระเจ้าติดหนี้เขา และหากพระเจ้าไม่ทำในสิ่งที่เขาต้องการตามความคิดของเขา เขาจะไม่เชื่อพระเจ้า
ไม่มาคริสตจักร ไม่ถวาย ไม่รับใช้พระเจ้าอีกอีกต่อไป ให้เราตระหนักว่า เรามีสิ่งใดในวันนี้ได้เพราะพระเจ้าเป็นผู้ประทานให้
พระเจ้าไม่เคยติดหนี้เรา เราต่างหากที่เป็นหนี้พระคุณพระองค์